สิงห์ มิวสิค พาอิมเมจิ้น ดรากอนส์กลับมากรุงเทพอีกครั้ง
ในคอนเสิร์ตอีโวล์ฟ เวิลด์ ทัวร์

11 มกราคม 2561 ที่โอเอซิส อารีน่า โชว์ ดีซี
จำหน่ายบัตรเวลา 10.00 น. ในวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์

กรุงเทพฯ ประเทศไทย - วงร็อคเจ้าของยอดขายระดับมัลติแพลทินัมและเจ้าของรางวัลแกรมมี่ (Grammy Award) อิมเมจิ้น ดรากอนส์ (Imagine Dragons)เตรียมกลับมาเยือนกรุงเทพอีกครั้ง พร้อมคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ สิงห์ มิวสิค พรีเซ้นท์ส อิมเมจิ้น ดรากอนส์ อีโวล์ฟ เวิลด์ ทัวร์ ไลฟ์ อิน แบงค็อก (Singha Music presents Imagine Dragons Evolve World Tour Live in Bangkok)ที่ โอเอซิส อารีน่า (Oasis Arena) โชว์ ดีซี (SHOW DC) ในวันพฤหัสบดีที่ 11 มกราคม 2561 โดยครั้งนี้ สิงห์ มิวสิค(Singha Music) บัตรเข้าชมเริ่มต้นที่ 2,500 บาท เริ่มจำหน่ายวันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขาและที่เว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com

+ อ่านเพิ่มเติม +

ศิลปินเจ้าของรางวัลแกรมมี่ จากสาขาการแสดงเพลงร็อคยอดเยี่ยม (Best Rock Performance) ปี2557 และเจ้าของเพลงฮิตติดหูมากมาย อย่างเช่น อิตส์ ไทม์ (It’s Time), เรดิโอแอกทีฟ (Radioactive),เดมอนส์ (Demons),บีลีฟเวอร์ (Believer)และ ธันเดอร์ (Thunder)เคยเดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตครั้งแรกที่กรุงเทพเมื่อปี 2558 กับเวิลด์ทัวร์ สโมก แอนด์ มิเรอร์ส ทัวร์ (Smoke + Mirrors Tour) ซึ่งบัตรเข้าชมขายหมดเกลี้ยง การกลับมาครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของเวิลด์ทัวร์ล่าสุด และเพื่อโปรโมตผลงานเพลงอัลบั้มที่ 3อีโวล์ฟ (Evolve) ที่เปิดตัวอย่างสวยงามมีเพลงฮิตติดท๊อปชาร์ตเพลงทั่วโลก ทั้งบีลีฟเวอร์ และ ธันเดอร์ อีโวล์ฟ เวิลด์ ทัวร์ ได้เริ่มต้นที่อเมริกาเหนือเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ก่อนจะเดินทางมาเปิดแสดงในเอเชีย ต้นปี 2561

แฟนเพลงชาวไทยพลาดไม่ได้กับโอกาสที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งในคอนเสิร์ตของศิลปินร็อคที่มีการแสดงสดยอดเยี่ยมที่สุดในโลกวงนึง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.thaiticketmajor.com หรือโทร 0-2262-3838 ติดตามความเคลื่อนไหวได้ที่ www.bectero.com หรือที่เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bectero, ทวิตเตอร์ @BEC_Tero_Ent และอินสตาแกรม BECTERO_ENTERTAINMENT

สิทธิพิเศษในการซื้อบัตร

ซิตี้ (Citi) และไลฟ์ เนชั่น (Live Nation) มีความสัมพันธ์อันยาวนานในการมอบการเข้าถึงความบันเทิงสุดพิเศษให้กับผู้ใช้บัตรเครดิตซิตี้การ์ดทั่วโลก ในฐานะที่เป็นบัตรเครดิตอย่างเป็นทางการของการจำหน่ายบัตรล่วงหน้าในครั้งนี้ ซิตี้จะให้ผู้ใช้บัตรเครดิตซิตี้สามารถซื้อบัตรในการจำหน่ายบัตรล่วงหน้าได้ในวันที่7-8 พฤศจิกายน2560 ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์15 สาขาหลักหรือทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com สำหรับรายละเอียดทั้งหมดของการจำหน่ายบัตรล่วงหน้าสามารถเข้าไปดูได้ที่ www.facebook.com/CitiThailand
สมาชิกไลฟ์ เนชั่น (Live Nation) จะได้ซื้อบัตรในการจำหน่ายบัตรล่วงหน้าในวันที่9-10 พฤศจิกายนที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ 15 สาขาหลักหรือทางเว็บไซต์ www.thaiticketmajor.com สมัครสมาชิกได้ตอนนี้ที่ www.livenation.co.th เพื่อรับรหัสส่วนลด(Promo Code) เพื่อใช้ซื้อบัตรชมคอนเสิร์ต

^ ย่อลง ^

เกี่ยวกับศิลปิน

นับตั้งแต่ออกอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกในชื่อไนต์ วิชั่นส์ (Night Visions) ในปีพ.ศ.2555 วงอิมเมจิ้น ดรากอนส์ก็ได้รับความนิยมไปทั่วโลกด้วยเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อคที่ปลุกเร้าอารมณ์แต่ก็หม่นเศร้าไปพร้อมกันสำหรับอัลบั้มที่สามที่ชื่อว่าอีโวล์ฟ วงดนตรีเจ้าของรางวัลแกรมมี่ อวอร์ด ได้เปลี่ยนมุมมองใหม่และใช้มุมมองทางอารมณ์ที่สดใสขึ้นแต่ก็ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นด้วย“ปีที่แล้วเป็นปีที่ดีที่สุดในชีวิตของผมและผมคิดว่ามันสะท้อนอยู่ในดนตรีอย่างมาก” นักร้องนำแดน เรย์โนลด์ส(Dan Reynolds) กล่าว เพื่อนร่วมวงของเขาประกอบด้วยเวย์น เซอร์มอน(Wayne Sermon) มือกีตาร์ เบน แม็คคี(Ben McKee) มือเบส และแดเนียลแพลตซ์แมน(Daniel Platzman) มือกลอง “แน่นอนว่ามีช่วงเวลาแห่งความเศร้าอยู่ในอัลบั้มนี้แต่ก็มีเวลาแห่งการเฉลิมฉลองอยู่ด้วย”

+ อ่านเพิ่มเติม +

DAN REYNOLDS

WAYNE SERMON

DANIEL PLATZMAN

BEN MCKEE

ในเพลงเปิดตัวอย่างบีลีฟเวอร์ อิมเมจิ้น ดรากอนส์ได้แสดงพลังขับเคลื่อนทางอารมณ์ที่เป็นใจกลางของอัลบั้มอีโวล์ฟ ด้วยเสียงร้องแบบเพอร์คัสซีฟที่ชัดเจนและจังหวะที่ได้แรงบันดาลใจจากแนวเพลงฮิปฮอป เพลงบีลีฟเวอร์แสดงให้เห็นข้อพิสูจน์ในการแข็งแกร่งขึ้นโดยการผ่านความทุกข์ยาก “ตลอดแปดปีที่ผ่านมาเราเจอช่วงเวลาร้าย ๆ แต่ช่วงเวลาเหล่านั้นเป็นช่วงเวลาที่ช่วยให้เราพัฒนาไปได้เกือบทุกครั้ง” เซอร์มอน สมาชิกวงอิมเมจิ้น ดรากอนส์ วงดนตรีซึ่งอาศัยอยู่ในเมืองลาส เวกัสกล่าว “เราไม่ได้อยากจะโตอยู่ตลอดเวลาและความเจ็บปวดคือประตูไปสู่ความเติบโตนั้น”

ในการทำเพลงบีลีฟเวอร์นั้น อิมเมจิ้น ดรากอนส์ร่วมงานกับคู่หูโปรดิวเซอร์ชาวสวีเดนแมตต์แมน แอนด์ โรบิน (Mattman& Robin) และได้ซาวนด์ที่สะอาดกว่าทุกเพลงที่พวกเขาเคยทำมาก่อน “แต่ละเพลงในอัลบั้มนี้เราตั้งใจคัดเลือกเครื่องดนตรีให้น้อยที่สุด เอาเท่าที่จำเป็นในการถ่ายทอดอารมณ์ที่เราพยายามจะจับออกมา” เรย์โนลด์สเล่า จากไนต์ วิชั่นส์ อัลบั้มที่โปรดิวซ์กันเองเป็นส่วนใหญ่และอัลบั้มสโมก แอนด์ มิเรอร์ส (Smoke + Mirrors) ที่ตามมาในปี 2558 ในอัลบั้มอีโวล์ฟนี้ทางวงได้หันมาทำงานอย่าง

ใกล้ชิดกับแมตต์แมนแอนด์โรบินและโปรดิวเซอร์คนอื่น ๆ เช่น โจเอล ลิตเติล (Joel Little) ที่เป็นที่รู้จักดีจากการควบคุมการผลิตอัลบั้มเพียว เฮโรอีน (Pure Heroine) ของลอร์ด (Lorde) “เราตั้งใจตามหาโปรดิวเซอร์ที่ถือปรัชญาแบบน้อยแต่มาก พวกเขาช่วยเราสร้างซาวนด์ใหญ่ ๆ แบบอิมเมจิ้น ดรากอนส์ด้วยส่วนผสมที่เรียบง่ายกว่ามาก” เซอร์มอนเล่า

แม้จะใช้วิธีแบบมินิมอลในการทำอัลบั้มอีโวล์ฟแต่อิมเมจิ้น ดรากอนส์ก็สร้างความสลับซับซ้อนอันลุ่มลึกได้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการได้ออกไปพักผ่อนเพื่อเติมพลังของพวกเขา หลังการค้นหาทางจิตวิญญาณระหว่างพักการทัวร์คอนเสิร์ตเป็นเวลาหนึ่งปี อิมเมจิ้น ดรากอนส์เกิดกระบวนการคิดแบบใหม่และนำเอาความเปิดกว้างมาสู่ดนตรีของพวกเขาในที่สุด“อัลบั้มสโมก แอนด์ มิเรอร์สเป็นช่วงเวลาแห่งการสำรวจตัวตนของวงจริง ๆ เป็นตอนที่เราตั้งคำถามกับเรื่องทางจิตวิญญาณและความหมายของมันในชีวิตของเรา” เรย์โนลด์สกล่าวเซอร์มอนเล่าต่อว่า “ในอัลบั้มนั้นเราพยายามที่จะหาคำตอบส่วนอัลบั้มนี้เราพอใจที่ไม่ต้องมีคำตอบอะไรเลย”

อิมเมจิ้น ดรากอนส์พบความรุ่งโรจน์อันไม่น่าเป็นไปได้ในการครุ่นคิดพิจารณาตนเองอย่างเข้มข้นผ่านอัลบั้มอีโวล์ฟ ในเพลงวอตเอเวอร์ อิต เทกส์ (Whatever It Takes) อิมเมจิ้น ดรากอนส์ได้เปลี่ยนความสงสัยในตัวเองให้กลายเป็นมหากาพย์ที่พุ่งทะยานและเปล่งประกายด้วยจังหวะหนัก ๆ และการร้องอันรวดเร็วของเรย์โนลด์ส เพลงธันเดอร์ (Thunder) ก็เป็นอีกห้วงเวลาแห่งการใคร่ครวญ เพลงนี้นำเอาการร้องประสานเสียงและเอฟเฟ็กต์เสียงร้องที่แปลกแปร่งมาถ่ายทอดการคิดทบทวนถึงการเดินทางในชีวิตที่ผ่านมาของเรย์โนลด์ส “เพลงนี้คือตัวผมที่มองย้อนกลับไปตอนที่ผมรู้สึกเป็นคนแปลกแยกและการทำเพลงเป็นหนทางหลบหนีเพียงทางเดียวของผม ถึงแม้ว่าผมจะอายเกินกว่าจะให้คนอื่นฟังก็ตาม” เขาเล่า “มันคือการเล่าว่าช่วงเวลานั้นเปรียบเสมือนฟ้าผ่าก่อนที่ฟ้าจะร้องยังไงและตอนนี้ผมอยู่ในจุดที่ได้ทำสิ่งที่รักและได้เดินทางไปทั่วโลกเพื่อเล่นดนตรีให้ผู้คนฟังได้ยังไง”

นอกจากนี้อัลบั้มอีโวล์ฟยังมีเพลงรักอยู่ด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักกับอิมเมจิ้น ดรากอนส์ด้วยโทนกีต้าร์ที่อ่อนโยนและเสียงร้องอันนุ่มนวล เพลงวอร์กกิ้ง เดอะ ไวร์ (Walking the Wire) เล่าถึงสิ่งที่เรย์โนลด์สอธิบายว่าเป็น “ความสัมพันธ์อันโกลาหลที่เหมือนกับว่ามันจะพังทลายได้ทุกเมื่อ แต่สิ่งนี้เองที่ทำให้ความสัมพันธ์นี้น่าตื่นเต้น” เพลงไอ ดอนต์ โนว์ วาย (I Don’t Know Why) เป็นมุมกลับที่แจ่มชัดกว่าของเพลงก่อนหน้าเพลงนี้ผสมผสานซินธีไซเซอร์อันเย็นเยียบเข้ากับจังหวะตุบๆ “เพลงไอ ดอนต์ โนว์ วายเริ่มด้วยจังหวะนั้น” เรย์โนลด์สกล่าว “มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเวลาคุณขับรถด้วยความเร็ว 90 ไมล์ต่อชั่วโมง โฉบไปมาระหว่างรถแต่ละคันและคุณกำลังจะชน ความอันตรายมากับความโรแมนซ์ในเพลงนี้ มันน่าตื่นเต้นแต่ก็มุ่งไปสู่โศกนาฏกรรม” หนึ่งในเพลงที่ใกล้เคียงกับเพลงบัลลาดมากที่สุดของอัลบั้มอีโวล์ฟอย่างเพลงไอ เมก อิต อัป ทู ยู (I’ll Make It Up to You) เผยให้เห็นการบรรเลงกีต้าร์อันเปล่งประกายและเนื้อเพลงที่ถูกถ่ายทอดอย่างอบอุ่นเกี่ยวกับ “ช่วงเวลาแห่งแรงปรารถนาที่ให้อภัยได้กับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้ทำผิดไป” เรย์โนลด์สกล่าวไว้เช่นนั้น

ก่อตั้งวงในปี 2552 อิมเมจิ้น ดรากอนส์เปิดเผยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นทางอารมณ์และสร้างสรรค์ของพวกเขาผ่านอีพีหลากหลายชุดที่เป็นการทำเพลงอย่างอิสระและสร้างกลุ่มแฟนเพลงได้จำนวนหนึ่งหลังจากเซ็นสัญญากับค่ายคิดอินอะคอร์นเนอร์/อินเทอร์สโคป(KIDinaKORNER/Interscope) โดยการชักชวนของอเล็กซ์ ดา คิด (Alex Da Kid) โปรดิวเซอร์ที่ทำเพลงดังมาแล้วมากมายอิมเมจิ้น ดรากอนส์ได้ขยายฐานแฟนเพลงออกไปอย่างกว้างขวางด้วยการปล่อยเพลงอิตส์ ไทม์ (It’s Time) ซิงเกิลยอดฮิตที่มียอดขายระดับมัลติแพลทินัม (เพลงนี้อยู่ในอีพีคอนทินิวด์ ไซเลนซ์ หรือ Continued Silence ที่ออกมาในปี 2555) หลังจากมีเพลงฮิตมามากมายรวมทั้งเพลงเรดิโอแอกทีฟ (Radioactive) ที่มียอดขายระดับไดมอนด์และคว้ารางวัลการแสดงเพลงร็อคยอดเยี่ยม (Best Rock Performance) จากเวทีแกรมมี่มาครองเมื่อปี 2557 อัลบั้มสโมกแอนด์มิเรอร์สก็แจ้งเกิดเป็นอันดับ 1 บนชาร์ตบิลบอร์ด ท็อป 200 (Billboard Top 200) เมื่อปล่อยออกมาเมื่อต้นปี 2558

สำหรับอิมเมจิ้น ดรากอนส์แล้ว หนึ่งในสิ่งที่เป็นความสำเร็จสูงสุดของอัลบั้มอีโวล์ฟคือความซื่อสัตย์อย่างไม่มีข้อจำกัดของอัลบั้มนี้“แทนที่จะหลบซ่อนอยู่เบื้องหลังการเปรียบเปรยผมสามารถเขียนเนื้อเพลงอย่างตรงไปตรงมามากขึ้น”เรย์โนลด์สกล่าว“ผมมุ่งเน้นการค้นหาที่ลึกลงไปเพื่อคุณค่าด้านเนื้อเพลง” ไม่เพียงมอบความลึกซึ้งในด้านอารมณ์ที่ไม่เคยถูกพูดถึงให้กับอัลบั้มนี้เท่านั้น ความซื่อสัตย์นี้ยังฝ่าผ่านความวุ่นวายในแต่ละวันเพื่อเปิดเผยความจริงอันเปล่งประกายอีกด้วย “โลกทุกวันนี้ดูเหมือนเป็นที่ที่มืดหม่นและน่าพรั่นพรึง” เรย์โนลด์สกล่าว “เราอยากสร้างบางสิ่งบางอย่างที่เหมือนกับแผ่นเสียงเก่าๆ ที่เราโตมากับมัน ที่ที่รู้สึกเหมือนได้หลบหนีเข้าไปในโลกอีกใบที่สดใสกว่ามาก ความหวังของพวกเราคืออัลบั้มนี้จะช่วยให้ผู้คนมุ่งความสนใจไปที่ความงามของแต่ละช่วงเวลาและมองเห็นความสดใสและสีสันของชีวิต”

^ ย่อลง ^

Ticket Information

On Sale

11

Nov 2017

Show Date

11

Jan 2018

Venue

Oasis Arena

SHOW DC

Ticket Price
2,500 / 3,500 / 4,500

BAHT

FOLLOW US • BECTERO.COM | BECTERO

Imagine Dragons • www.imaginedragonsmusic.com
ImagineDragons | imaginedragons | @Imaginedragons

Buy Ticket